๓. เป็นชู้-มีชู้

โดย ศ.พิเศษจำนงค์ ทองประเสริฐ

          คำว่า “ชู้” เป็นคำไทยที่มีความหมายลึกซึ้งมากคำหนึ่ง แต่ท่านขุนวิจิตรมาตรา ได้ให้ข้อคิดเห็นไว้ในหนังสือเรื่อง “ลักษณะและวิวัฒนาการของภาษาไทย” ตอนหนึ่งว่า

          “ชู” ของอียิปต์เป็นเทวดาผู้ชายที่มาแย่งเอา นุต เมียของ เก็บ ซึ่งเป็นเทวดาผู้ชายตนหนึ่งและเป็นสามีของนุตซึ่งเป็นเทวดาผู้หญิง ไปเป็นคู่ครองของตน

          ท่านขุนวิจิตรมาตราท่านให้ข้อคิดไว้อีกว่า

          “ในภาษาไทย มีคำว่า “ชู้” หมายถึง ชายที่มาเกี่ยวข้องกับเมียเขา คำว่า “ชู้” ของเราจะมาอย่างไรไม่รู้ แต่ก็ตรงกับ “ชู” ของอียิปต์ที่มาแย่งเมียเขาเหมือนกัน”

          คำว่า “ชู้” พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้ให้บทนิยามไว้ว่า “น. คู่รัก; ผู้ล่วงประเวณี; การล่วงประเวณี, ชายที่ร่วมประเวณีด้วยเมียเขา เรียกว่า เป็นชู้, หญิงที่ยังมีสามีอยู่แล้วร่วมประเวณีกับชายอื่น เรียกว่า มีชู้, เรียกชายหรือหญิงที่ใฝ่ในทางชู้สาวว่า เจ้าชู้”

          จากบทนิยามนี้ เราก็จะเห็นว่า คำว่า “เป็นชู้” กับ “มีชู้” ต่างกัน แต่ก็ยังมีผู้ใช้สับสนกันอยู่

          ถ้าผู้ชายไปร่วมประเวณีด้วยภรรยาของชายอื่น เรียกว่า “เป็นชู้” เช่น ไปเป็นชู้กับเมียเขา

          แต่ถ้าหญิงที่มีสามีแล้ว และสามีก็ยังมีชีวิตอยู่ ไปร่วมประเวณีกับชายอื่น ไม่ว่าชายผู้นั้นจะมีภรรยาหรือไม่ก็ตาม ก็ถือว่า “มีชู้” ทั้งสิ้น

          ส่วนคำว่า “เจ้าชู้” นั้นใช้ได้ทั้งแก่ผู้หญิงและผู้ชาย

          นอกจากนั้น พจนานุกรม ก็ได้เก็บลูกคำไว้อีกหลายคำ คือ

          ชู้สาว ว. รัก ๆ ใคร่ ๆ, เชิงกามารมณ์, เช่น เรื่องชู้สาว.

          ชู้เหนือขันหมาก (กฎ; เลิก) (คือเป็นศัพท์กฎหมาย แต่เลิกใช้แล้ว) น. ชายที่ลอบได้เสียกับหญิงคู่หมั้นของชายอื่น.

          ชู้เหนือผัว (กฎ; เลิก) น. ชายที่ลอบได้เสียกับหญิงซึ่งสามียังมีชีวิตอยู่.

          ชู้เหนือผี (กฎ; เลิก) น. ชายที่ลอบได้เสียกับหญิงที่สามีตายขณะที่ศพสามียังอยู่บนเรือน.

          ส่วนคำว่า “ชู้รัก” เช่น ในภาพยนตร์ เรื่อง “ชู้รักเลดี้แชตเตอร์เลย์” นั้น ท่านมิได้เก็บไว้ เพราะมีความหมายธรรมดา คือ หมายถึงชู้ซึ่งเป็นที่รักนั่นเอง.