๙. ฃ ฅ หายไปไหน?

รศ. ดร. คุณหญิงสุริยา รัตนกุล ผู้เขียนหนังสือ ฃ, ฅ หายไปไหน ? ได้ศึกษา ความเป็นมาของพยัญชนะ ทั้งสองตัวนี้ และชี้ให้เห็นว่า หากเริ่มนับ ตั้งแต่ที่พบ ฃ, ฅ ในศิลาจารึก สมัยสุโขทัย เป็นครั้งแรก จนถึง การประกาศเลิกใช้ ฃ, ฅ ในปทานุกรม พ.ศ. ๒๔๗๐ และพจนานุกรม พ.ศ. ๒๔๙๓ เป็นเกณฑ์ พยัญชนะทั้งสอง มีที่ใช้อยู่ในภาษาไทย นานถึง ๗๐๐ ปี หากแต่ อัตราการใช้ และความแม่นยำที่ใช้ แตกต่างกันไป ตามยุคสมัย

เดิม ฃ, ฅ เป็นพยัญชนะแทนเสียง ซึ่งเคยใช้กันมาแต่เดิม (ซึ่งแตกต่างจากเสียง ข และ ค) แต่เสียงนี้ ได้หายไป ในระยะหลัง เป็นเหตุให้ พยัญชนะทั้งสองตัว หมดความสำคัญลง ในภาษาไทยปัจจุบัน

เมื่อครั้งที่มีการ ประดิษฐ์พิมพ์ดีด ภาษาไทย ขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี ๒๔๓๔ ผู้ประดิษฐ์ ได้ตัดตัว ฃ, ฅ ทิ้งไป ด้วยเหตุว่า พื้นที่บนแป้นพิมพ์ดีด ไม่เพียงพอ และยังให้เหตุผลว่า เป็นพยัญชนะที่ "ไม่ค่อยได้ใช้ และสามารถทดแทนด้วย ตัวพยัญชนะอื่นได้"

นี่อาจเป็นครั้งแรก ที่พยัญชนะ ฃ, ฅ ถูก "ตัดทิ้ง" อย่างเป็นทางการ ส่วนครั้งต่อ ๆ มาก็คือ การประกาศงดใช้ ฃ, ฅ สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อครั้ง ปรับปรุงภาษาไทย ให้เจริญก้าวหน้า ในยุครัฐนิยม รวมถึงการประกาศ เลิกใช้ในปทานุกรม และพจนานุกรม ดังกล่าวแล้ว

มีข้อน่าสังเกตว่า แต่ก่อน พยัญชนะ ฅ ไม่ได้ใช้ในคำว่า คน เลย (ฅ ใช้ในคำ ฅอ ฅอเสื้อ เป็นอาทิ) ความสับสนในเรื่องนี้ คงเกิดมาจาก ก ไก่ คำกลอน ผลงานของ ครูย้วน ทันนิเทศ (ในหนังสือ แบบเรียนไว เล่มหนึ่ง ตอนต้น, พ.ศ. ๒๔๗๓) ที่แต่งว่า "ฅ ฅนโสภา" แล้วต่อมา หนังสือ ก ไก่ ฉบับประชาช่าง ก็แต่งว่า "ฅ ฅนขังขึง" ซึ่งเป็น ก ไก่คำกลอน ฉบับที่คนรุ่นปัจจุบัน คุ้นเคยที่สุด แล้วก็เลย พลอยเข้าใจว่า ฅ ใช้ในคำว่า คน